บทที่ 13 มหาอสุรานิรันดร์

บทที่ 13 : มหาอสุรานิรันดร์

บนท้องฟ้าเหนือสำนักกระบี่สวรรค์

การต่อสู้ระหว่างเซียวอู๋จี้และเจตจำนงสวรรค์ทำให้ท้องฟ้าแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ทุกครั้งที่หมัดของเซียวอู๋จี้ปะทะกับโล่แสงสีทองของเจตจำนงสวรรค์ ภูเขาลูกหนึ่งก็จะถล่มลงมา แม่น้ำสายหนึ่งก็จะเหือดแห้ง

ผู้คนนับพันที่อยู่ด้านล่างทำได้เพียงนอนหมอบอยู่กับพื้น มองดูการต่อสู้ของสองสิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจของพวกเขา

"ทำไม... ทำไมเจ้าไม่ยอมตายดีๆ!?" เจตจำนงสวรรค์คำรามออกมาเป็นครั้งแรก เสียงของมันไม่ไร้อารมณ์อีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความโกรธและความกลัว "บัวอสุรานิรันดร์เป็นของข้า! พลังของเจ้าเป็นของข้า! เจ้าเป็นแค่ภาชนะที่ข้าสร้างขึ้นมา! ภาชนะก็ควรทำหน้าที่ของภาชนะสิ!"

เซียวอู๋จี้ถูกกระแทกจนกระเด็นไปกระแทกกับยอดเขาหลักจนยอดเขาหักครึ่ง เลือดสีดำพุ่งออกมาจากปากของเขาไม่หยุด แต่เขากลับหัวเราะออกมา

"ภาชนะหรือ?"

เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ มือของเขากำอยู่ที่หน้าอกของตัวเอง ที่ที่บัวอสุรานิรันดร์กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงเพราะมันได้รับคำสั่งจากเจ้านายที่แท้จริงให้กลับคืน

"สามพันปีก่อน ข้าก็เคยคิดว่าข้าเป็นแค่ขอทานที่เย่วหลิงซาเก็บมาเลี้ยง เป็นแค่ภาชนะที่สวรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อให้พวกเจ้าแข็งแกร่งขึ้น"

"แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว..."

เขาออกแรงดึง!

พรึ่บ!

บัวอสุรานิรันดร์สีดำที่ฝังอยู่ในหัวใจของเขาถูกกระชากออกมาทั้งราก!

เลือดสีดำพุ่งออกมาจากหัวใจของเขาเป็นสาย แต่ดวงตาของเขากลับสว่างไสวที่สุด

"ไม่ว่าข้าจะเป็นภาชนะหรือเป็นอะไรก็ตาม... แต่ชีวิตนี้เป็นของข้า! พลังนี้เป็นของข้า!"

เขามองบัวสีดำที่ลอยอยู่ตรงหน้า บัวที่บานไปแล้วเจ็ดกลีบและกำลังพยายามบินกลับไปหาเจตจำนงสวรรค์

"หากเจ้าอยากกลับไปหาเจ้านายเก่าของเจ้านัก... ก็กลับไปพร้อมกับข้าเลย!"

เซียวอู๋จี้อ้าปากกว้าง แล้วกลืนบัวอสุรานิรันดร์ทั้งดอกเข้าไปในปากของตัวเอง!

"บ้า! เจ้าบ้าไปแล้ว! เจ้าจะกลืนต้นกำเนิดของตัวเองหรือ!? เจ้าจะตาย!"

เจตจำนงสวรรค์ตะโกนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เพราะมันรู้ดีว่าหากบัวถูกกลืนโดยผู้สืบทอดอย่างสมบูรณ์ มันจะขาดการเชื่อมต่อกับสวรรค์ตลอดกาล

เซียวอู๋จี้ไม่สนใจเสียงตะโกนนั้น

ในทะเลจิตของเขา บัวอสุรานิรันดร์กำลังระเบิด!

กลีบที่แปด... บาน!

กลีบที่เก้า... บาน!

บัวเก้ากลีบสมบูรณ์!

แล้วบัวทั้งดอกก็แตกสลายกลายเป็นพลังสีดำบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนเข้าไปในทุกอณูของร่างกาย วิญญาณ และเส้นลมปราณของเขา

ความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่าตายร้อยเท่าแล่นไปทั่วร่าง แต่หลังจากความเจ็บปวดนั้นคือ... ความว่างเปล่า

ความว่างเปล่าที่ไม่มีสวรรค์ ไม่มีมาร ไม่มีการแบ่งแยก

มีเพียง "ข้า"

แก่นทองคำสีดำในร่างของเขาแตกสลาย!

ราชันเซียนขั้นต้น... ขั้นกลาง... ขั้นปลาย... แตก!

มหาเซียน... แตก!

ราชันมหาเซียน... แตก!

จนกระทั่ง... ระดับที่ไม่มีอยู่ในโลกเบื้องล่างนี้มาก่อน

มหาอสุรานิรันดร์!

บูม!

พลังสีดำสนิทที่ไม่มีสีอื่นเจือปนระเบิดออกมาจากร่างของเซียวอู๋จี้ ทำให้รอยแยกสีทองบนท้องฟ้าถูกย้อมเป็นสีดำทั้งหมด!

เจตจำนงสวรรค์ที่เคยยิ่งใหญ่ ตอนนี้กลับรู้สึกว่าตัวเองเล็กเหมือนมดต่อหน้าพลังนี้

"เป็นไปไม่ได้... เจ้าทะลุขีดจำกัดของโลกนี้ได้อย่างไร... โลกนี้ไม่อนุญาตให้มีมหาอสุรานิรันดร์..."

"โลกนี้ไม่อนุญาต?" เซียวอู๋จี้ยืนอยู่กลางอากาศสีดำ ร่างกายของเขาไม่มีบาดแผลอีกต่อไป ดวงตาของเขามีจักรวาลสีดำหมุนอยู่ข้างใน "แล้วใครเป็นคนกำหนดกฎของโลกนี้? เจ้าหรือ?"

"ตั้งแต่วันนี้ กฎของโลกนี้... ข้าเป็นคนกำหนด"

เขายกมือขึ้นเล็งไปที่เจตจำนงสวรรค์

ครั้งนี้ไม่ใช่การกลืนธรรมดา

"กลืนสวรรค์"

คำสองคำสั้นๆ

เจตจำนงสวรรค์กรีดร้องออกมา ร่างสีทองของมันถูกพลังสีดำดูดเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง มันพยายามดิ้นรน พยายามระเบิดตัวเอง แต่ต่อหน้าพลังมหาอสุรานิรันดร์ที่กลืนแม้แต่ต้นกำเนิดของตัวเองได้ พลังของมันก็เป็นเพียงอาหาร

"ไม่! หากข้าตาย โลกใบนี้จะพังทลาย! กฎทั้งหมดจะหายไป!"

"เช่นนั้นก็ให้มันพังทลายไป" เซียวอู๋จี้พูดอย่างเย็นชา "แล้วข้าจะสร้างโลกใหม่ที่ไม่มีสวรรค์ที่ต้องคุกเข่า ไม่มีมารที่ต้องหลบซ่อน มีเพียงผู้แข็งแกร่งที่กำหนดชะตาของตัวเองได้"

สามลมหายใจต่อมา

เจตจำนงสวรรค์ที่ปกครองโลกใบนี้มานับล้านปี... หายไป

ถูกกลืนเข้าไปในร่างของเซียวอู๋จี้จนหมดสิ้น

ท้องฟ้าสีดำค่อยๆ กลับมาเป็นสีฟ้าอีกครั้ง แต่เป็นสีฟ้าที่ใสสะอาดกว่าเดิม ไม่มีรอยแยกสีทองอีกต่อไป

เซียวอู๋จี้ลอยลงมาอยู่บนแท่นบูชา ตรงหน้าหลินชิงเยว่

หลินชิงเยว่มองเขาด้วยน้ำตา นางสัมผัสได้ว่าชายตรงหน้าตอนนี้ไม่ใช่เซียวอู๋จี้คนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่อยู่เหนือทุกอย่าง

"เจ้า... จะไปแล้วใช่ไหม?"

เซียวอู๋จี้ยิ้มแล้วลูบหัวของนางเบาๆ เหมือนที่เคยทำ

"ข้าต้องขึ้นไปเก้าชั้นฟ้า ยังมีบัญชีอีกสองบัญชีที่ต้องสะสาง"

"เย่วหลิงซาและมู่เฉิน?"

"ใช่" เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่ตอนนี้เขามองเห็นบันไดสวรรค์ที่ทอดยาวขึ้นไปสู่เก้าชั้นฟ้าได้อย่างชัดเจน บันไดที่เมื่อก่อนมีเพียงเทพเท่านั้นที่มองเห็น "สามพันปีก่อน พวกมันทำให้ข้าต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในสุสานศพ"

"สามพันปีต่อมา ข้าจะทำให้พวกมันรู้ว่า... การตายอย่างโดดเดี่ยวมันเป็นอย่างไร"

เขาหันไปมองเทียนเจี้ยนที่ยืนถือขวดเหล้าอยู่

"ตาแก่ ดูแลนางด้วย"

"ไม่ต้องห่วง" เทียนเจี้ยนยกเหล้าขึ้นดื่ม "ยอดเขากระบี่เมาจะเป็นยอดเขาที่ปลอดภัยที่สุดในโลกนี้จนกว่าเจ้าจะกลับมา"

เซียวอู๋จี้พยักหน้า แล้วก้าวขึ้นไปบนบันไดสวรรค์ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

ทุกก้าวที่เขาเดิน พลังมหาอสุรานิรันดร์ก็ทำให้บันไดสวรรค์ที่เคยเป็นสีทองกลายเป็นสีดำ

เขาไม่ได้ขึ้นสวรรค์ในฐานะเทพ

แต่ขึ้นไปในฐานะอสุราที่จะไปฉีกสวรรค์

ที่เชิงบันได หลินชิงเยว่ตะโกนตามหลังเขาไป

"เซียวอู๋จี้! ข้าจะรอเจ้าที่นี่! ไม่ว่าเจ้าจะเป็นเทพหรือเป็นมาร ข้าก็จะเป็นดาบของเจ้าตลอดไป!"

เซียวอู๋จี้ไม่ได้หันกลับมา แต่ยกมือขึ้นโบกเบาๆ เป็นการตอบรับ

ร่างของเขาเดินขึ้นไปเรื่อยๆ จนหายลับไปในเมฆสีดำที่เขาสร้างขึ้นเอง

การเดินทางแก้แค้นสามพันปี... เพิ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

และเก้าชั้นฟ้าที่เคยสงบสุขมานับหมื่นปี... กำลังจะได้รู้จักกับความกลัวอีกครั้ง

ความกลัวที่มีชื่อว่า... มหาอสุรานิรันดร์ เซียวอู๋จี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป